แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ครูวรรณภา ทิพย์โชติ วิชาภาษาไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ครูวรรณภา ทิพย์โชติ วิชาภาษาไทย แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

กลอนแปด คือ คำประพันธ์ชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมกันทั่วไป เพราะเป็นร้อยกรองชนิดที่มีความเรียบเรียงง่ายต่อการสื่อความหมาย และสามารถสื่อได้อย่างไพเราะ ซึ่งกลอนแปดมีการกำหนดพยางค์และสัมผัส หนึ่งในรูปแบบของกลอนแปดก็คือ รูปแบบกลอนแปดของสุนทรภู่ ซึ่งความแพรวพราวด้วยสัมผัสใน และขนบดังกล่าวนี้ก็ได้รับการสืบทอดต่อมาในงานกวีนิพนธ์ยุคหลังๆ กระทั่งปัจจุบัน
       ตามหลักฐานทางวรรณคดีไทย กลอนแปด พบครั้งแรกในกลบทศิริวิบุลกิตติ สมัยอยุธยาตอนปลาย ซึ่งค้นพบกันว่าจังหวะและลีลาลงตัวที่สุด จึงมีคนแต่งแบบนี้มากที่สุด และผู้ที่ทำให้กลอนแปด รุ่งเรืองที่สุดคือท่าน สุนทรภู่ ที่ได้พัฒนาเพิ่มสัมผัสอย่างเป็นระบบ ซึ่งใกล้เคียงกับกลบทมธุรสวาทีในกลบทศิริวิบุลกิตติ์

ลักษณะแผนผังกลอนแปด
กลอนแปด บทหนึ่งประกอบด้วย 2 บาท บาทละ 2 วรรค วรรคละ 8 คำ ตามผัง ดังนี้
ตัวอย่าง

อตีเตแต่นานนิทานหลัง                    มีนกรังหนึ่งกว้างสำอางศรี

ชื่อจัมบากหลากเลิศประเสริฐดี         เจ้าธานีมียศกิต์มหิศรา

ดำรงภพลบเลิศประเสริฐโลกย์          เปนจอมโจกจุลจักรอรรคมหา


อานุภพปราบเปรื่องกระเดื่องปรา-     กฎเดชาเป็นเกษนิเวศน์เวีย
โคลงสี่สุภาพ  เป็นคำประพันธ์ประเภทร้อยกรองชนิดหนึ่ง ซึ่งมีปรากฏในวรรณคดีไทยมานานแล้ว วรรณคดีไทยฉบับที่เก่าและมีชื่อเสียงมากฉบับหนึ่งคือ "ลิลิตพระลอ" มีโคลงสี่สุภาพบทหนึ่งถูกยกมาเป็นบทต้นแบบที่แต่งได้ถูกต้องตามลักษณะบังคับของโคลงสี่สุภาพ คือนอกจากจะมีบังคับสัมผัสตามที่ต่าง ๆ แล้ว ยังบังคับให้มีวรรณยุกต์เอกโทในบางตำแหน่งการประพันธ์โคลงสี่สุภาพ
การประพันธ์โคลงสี่สุภาพเป็นประณีตศิลป์ ที่ใช้ถ้อยคำตัวอักษรเป็นสื่อแสดงความคิดของผู้สรรค์สร้าง ซึ่งต้องการสะท้อนอารมณ์สะเทือนใจและก่อให้ผู้อ่านคล้อยตามไปด้วย ผู้อ่านต้องรับรู้ความงามด้วยใจโดยตรง ดังนั้นผู้สร้างสรรค์งานวรรณศิลป์จึงต้องช่างสังเกต รู้จักพินิจพิจารณามองเห็นจุดที่คนอื่นมองข้ามหรือคาดไม่ถึง และใช้ถ้อยคำที่ละเมียดละไม ผลงานนั้นจึงจะทรงคุณค่า
ลักษณะโคลงสี่สุภาพ
      คณะของโคลงสี่สุภาพ คือ บทหนึ่ง มี 4 บาท (เขียนเป็น 4 บรรทัด) 1 บาทแบ่งออกเป็น 2 วรรค
โดยวรรคแรกกำหนดจำนวนคำไว้ 5 คำ ส่วนวรรคหลัง ในบาทที่ 1,2 และ 3 จะมี 2 คำ (ในบาทที่ 1 และ 3 อาจเพิ่มสร้อยได้อีกแห่งละ 2 คำ) ส่วนบาทที่ 4 วรรคที่ 2 จะมี 4 คำ รวมทั้งบท มี 30 คำ และเมื่อรวมสร้อยทั้งหมดอาจเพิ่มเป็น 34 คำ
ส่วนที่บังคับ เอก โท (เอก 7 โท 4) ดังนี้
บาทที่ 1 (บาทเอก) วรรคแรก คำที่ 4 เอก และคำที่ 5 โท
บาทที่ 2 (บาทโท) วรรคแรก คำที่ 2 เอก วรรคหลัง คำแรก เอก คำที่ 2 โท
บาทที่ 3 (บาทตรี) วรรคแรก คำที่ 3 เอก วรรคหลัง คำที่ 2 เอก
บาทที่ 4 (บาทจัตวา) วรรคแรก คำที่ 2 เอก คำที่ 5 โท วรรคหลัง คำแรก เอก คำที่ 2 โท
หนังสือจินดามณี ของ พระโหราธิบดี
ตัวอย่าง
นิพนธ์กลกล่าวไว้ เป็นฉบับ
พึงเพ่งตามบังคับ ถี่ถ้วน
เอกโทท่านลำดับ โดยที่ สถิตนา

ทุกทั่วลักษณะล้วน เล่ห์นี้คือโคลง

คณะ 
      กาพย์ฉบัง ๑๖ หนึ่งบทมี ๓ วรรค

  พยางค์
      พยางค์หรือคำ วรรคที่ ๑ มี ๖ คำ วรรคที่ ๒ มี ๔ คำ วรรคที่ ๓ มี ๖ คำ รวมทั้งหมดมี ๑๖ คำ
จึงเรียกว่า กาพย์ฉบัง ๑๖

  สัมผัส
๑. คำสุดท้ายของวรรคที่ ๑ สัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรค ๒
๒. คำสุดท้ายของวรรคที่ ๓ สัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรคที่ ๑ ของบทต่อไป 
 ( เรียกว่า สัมผัสระหว่างบท )
 การอ่านกาพย์ฉบัง ๑๖
       การอ่านกาพย์ฉบัง ๑๖ จะต้องแบ่งจังหวะการอ่านคำในแต่ละวรรคดังนี้
       หนึ่งบทมี ๓ วรรควรรคแรกมี ๖ คำ วรรคที่ ๒ มี ๔ คำ วรรคที่ ๓ มี ๖ คำ การอ่านจึงเว้นจังหวะ
ทุกๆ ๒ คำ



ตัวอย่าง

             "มะม่วง/พวงพลอง/ช้องนาง หล่นเกลื่อน/เถื่อนทาง

กินพลาง/เดินพลาง/หว่างเนิน                 เห็นกวาง/ย่างเยื้อง/ชำเลืองเดิน

เหมือนอย่าง/นางเชิญ                             พระแสง/สำอาง/ข้างเคียง
         
เขาสูง/ฝูงหงส์/ลงเรียง                         เริงร้อง/ซ้องเสียง

สำเนียง/น่าฟัง/วังเวง                         กลางไพร/ไก่ขัน/บรรเลง

ฟังเสียง/เพียงเพลง                                 ซอเจ้ง/จำเรียง/เวียงวัง"



 à¸œà¸¥à¸à¸²à¸£à¸„้นหารูปภาพสำหรับ ฉันทลักษณ์ กาพย์ฉบัง16

คณะ กาพย์ยานี๑๑ มีดังนี้
       ๑.  บทหนึ่งมี ๒ บาท บาทที่ ๑ เรียกว่า บาทเอก บาทที่ ๒ เรียกว่า บาทโท
       ๒.  บาทหนึ่งมี ๒ วรรค หนึ่งบทมี ๔ วรรค
วรรค ๑ เรียกว่า วรรคสดับ วรรค ๒ เรียกว่า วรรครับ
วรรค ๓ เรียกว่า วรรครอง วรรค๔ เรียกว่า วรรคส่ง
พยางค์
                 พยางค์หรือคำ วรรคแรกมี ๕ คำ วรรคหลังมี ๖ คำ รวมเป็น ๑๑ คำจึงเรียกว่า "กาพย์ยานี ๑๑"   ทั้งบาทเอกและบาทโทมีจำนวนคำเหมือนกัน

  สัมผัส
       ๑.  คำสุดท้ายของวรรคที่ ๑ สัมผัสกับคำที่ ๑ , ๒ และคำที่ ๓ ของวรรคที่ ๒
       ๒.  คำสุดท้ายของวรรคที่ ๒ สัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรคที่ ๓
       ๓.  คำสุดท้ายของวรรคที่ ๔ สัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรคที่ ๒ ของบทต่อไป  (สัมผัสระหว่างบท)

  การอ่านกาพย์ยานี ๑๑
               การอ่านกาพย์ยานี ๑๑ จะต้องแบ่งจังหวะการอ่านคำในแต่ละวรรคดังนี้ วรรคแรกมี ๕ คำ
        วรรคหลังมี ๖ คำ การอ่านจึงเว้นเป็นจังหวะตามวรรคคือวรรคหน้าเว้นจังหวะ ๒/๓ คำ
        ส่วนวรรคหลังเว้นจังหวะ ๓/๓ คำ
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ กาพย์ยานี11

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พฤษภกาสร



        อินทรวิเชียร แปลว่า เพชรพระอินทร์ หรือ  สายฟ้าจากพระอินทร์  หมายถึง ฉันท์ที่มีลีลาประดุจเพชรของพระอินทร์  หรือ  สายฟ้าจากพระอินทร์

       คณะและพยางค์
อินทรวิเชียรฉันท์  จำนวน  ๑  บท  มี  ๒  บาท

๑  บาท  มี  ๒ วรรค  ได้แก่

วรรคหน้าหรือวรรคต้นมี ๕ คำ (พยางค์)

ส่วนวรรคหลังหรือวรรคท้ายมี ๖ คำ (พยางค์)

       อินทรวิเชียรฉันท์ ๑ บาท  มีจำนวนคำ  (พยางค์)  ๑๑ คำ  (พยางค์)   ดังนั้น  จึงกำหนดเลข  ๑๑  ไว้ท้ายชื่อฉันท์  โดยยึดตามบาทของฉันท์นี่เองครับ
สัมผัส   ให้นักเรียนสังเกตสัมผัสบังคับ  (สัมผัสนอก)  และบังคับครุ-ลหุ  (ดังที่ครูได้อธิบายความหมายไว้ก่อนหน้านี้แล้ว  ในเรื่อง  ครุ ลหุ คือ)  ตามผังภาพ

       คำครุ   สัญลักษณ์แทนด้วย    ั                       คำลหุ   สัญลักษณ์แทนด้วย    ุ

นางสาวสุนีรัตน์ ไกรทอง

นางสาวสุนีรัตน์ ไกรทอง

ร้านรอยลายยอ (ROI LAI YOR)

ร้านรอยลายยอ (ROI LAI YOR)
ร้านรอยลายยอ (ROI LAI YOR)

สถานที่

ชนิดพันธ์ไม้

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

Facebook

Facebook สุนีรัตน์ ฯ.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

ค้นหาบล็อกนี้

About Me

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริบางประการเกี่ยวกับ การอนุรักษ์พันธุกรรมพืช "การสอนและอบรมให้เด็กมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์พืชพรรณนั้น ควร ใช้วิธีการปลูกฝังให้เด็กเห็นความงดงาม ความน่าสนใจ และเกิดความปิติที่จะทำการ ศึกษาและอนุรักษ์พืชพรรณต่อไป การใช้วิธีการสอนการอบรมที่ให้เกิดความรู้สึกกลัวว่า หากไม่อนุรักษ์แล้วจะเกิดผลเสีย เกิดอันตรายแก่ตนเอง จะทำให้เด็กเกิดความเครียด ซึ่งจะเป็นผลเสียแก่ประเทศในระยะยาว"

Popular Posts